มาร์คโคม่ากะมาร์โคโปโล

มาร์โคโปโล ..... มาร์โก โปโล (อิตาลี: Marco Polo) เป็นนักเดินทางค้าขายและนักสำรวจชาวเวนิส-อิตาลี มาร์โก โปโลเป็นชาวตะวันตกคนแรกที่ได้เดินทางตามเส้นทางสายไหม (ร่วมกับบิดาและลุงของเขา) ไปยังประเทศจีน (ซึ่งเขาเรียกว่า คาเธ่ย์) และได้เข้าเฝ้าจักรพรรดิกุบไล ข่าน แห่งราชวงศ์หยวน ผู้เป็นหลานปู่ของเจงกีส ข่าน และได้ใช้ชีวิตอยู่ที่เมืองหางโจวช่วยงานราชสำนักถึง 17 ปี ก่อนเดินทางกลับบ้านเกิด การเดินทางของเขาถูกบันทึกไว้ในหนังสือชื่อ อิลมีลีโอเน (Il Milione) (จากวิกิพีเดีย)
มาร์คโคม่า.....เป็นชาวเสียมราชประเทศ บิดาเป็นหมอ มารดาก็เป็นหมอ ประกอบสัมมาอาชีพอันสูงส่งช่วยเหลือเกื้อกูลประชาชนจนได้รับยศฐาบรรดาศักดิ์เป็นคนชั้นสูงของประเทศ มาร์คโคม่าเดินทางออกจากเสียม เมื่ออายุได้13ปี เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลหลายคาบมหาสมุทร ตั้งหน้าบากบั่นฝึกวิชาความรู้และวิทยาการเพื่อเจริญรอยตามบิดา
อยู่มาวันหนึ่งในขณะที่อากาศหนาวเย็น หิมะตกปรอยๆ มาร์คโคม่า ได้รับฟังวิทยุประกาศ ข่าวด่วน ข่าวร้าย เกิดวิกฤติขึ้นในประเทศเสียมราชประเทศ นักศึกษา ประชาชน และคนชั้นกรรมกร ปิดถนน ยึดสถานที่ราชการ เผากองกิจการพนันจนวายวอด ขุนนาง ส่งกำลังทหารเข้าคลี่คลาย แต่ช้าไปเสียแล้ว เหตุการณ์รุกรามจนไม่สามารถหยุดยั้งได้ บ้านเมืองอลวล
มาร์คโคมา คิดกับตัวเอง เราต้องกลับไปช่วยบ้านเมือง บ้านเมืองอันเป็นที่รักยิ่งของเรา ปู่เรา บิดาเรา ทุ่มเทรับใช้ชาติบ้านเมืองมาไม่น้อยกว่า 7 ชั่วอายุคน รับใช้บ้านเมืองอย่างมีเกียรติภูมิ ประสบกับสอบเสร็จเรียบร้อยแล้ว ประกาศผลเป็นที่น่าพอใจยิ่ง เกียรตินิยมอันดับ 1 ของมหาวิทยาลัยชั้นนำ ที่นำทั้งความเจริญและนำทั้งความอัปยศอดสูมาสู่คนเสียมราชประเทศ มาร์คโคม่าดีใจในเกียรติประวัติ แต่พ่อบ้านที่รับใช้มานานและมีประสบการกับกลุ่มคนของประเทศผู้ดี ที่เอารัดเอาเปรียบ ขู่เข็น ทารุน แย่งชิง ทรัพยากรและสิทธิจากปวงประชา นึกในใจเช่นเดียวกัน เกียรติยศ ศักดิ์ศรี ที่หลงลืม ประสบการณ์ที่ฝังแน่นยังคงจดจำตลอดกาล
มาร์โคม่ากลับถิ่นบ้านเกิด ทุกอย่างได้เตรียมการไว้รองรับในอนาคตของตัวเขาอย่างเรียบร้อย แนบเนียน หนทางโปร่งไร้ซึ่งการจราจรติดขัด เขาได้รับการขัดสีฉวีวรรณ ปรุงแต่ง เสริมสร้างอย่างครบถ้วนทุก อนูขุมขน ถ้าจะยิ้มต้องยิ้มอย่างนี้ และไม่ยิ้มอย่างนั้นเดี๋ยวประชาชนจะมองว่าไม่จริงใจ เวลาพูด มือต้องแสดงออกซึ่งความเข้มแข็ง ตัวยืดตรง ผมเผ้าต้องหวีเรียบแป้ ใส่สูทสีดำเข้าไว้จะได้ข่มรัศมีคนข้างๆได้ เวลายืนต้องยืนตรงกลางจึงจะดูเด่นเป็นสง่า เข้าเป้าสายตาประชาชน
มาร์โคม่ารำพึง เอ..ที่เรียนมามันไม่ขนาดนี้นี่นา แต่ที่เสียมราชประเทศทำไมต้องทำ ที่ปรึกษาหรือกุนซือทั้งหน้าดำและหน้าขาว ได้ฟังมาร์คโคม่าคิดในใจจึงรีบปรี่เข้ามา ท่านครับท่านต้องทำในสิ่งที่พวกผมแนะนำท่านจึงจะยืนอยู่ในตำแหน่งเสนาบดีได้ มิฉะนั้นแล้ว ไม่รู้ว่าภาพที่ออกไปจะดีไหม
ด้วยความตั้งใจดี และจิตอันบริสุทธิของมาร์คโคม่า หวานก็ต้องอม ขมก็ต้องกลืน เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ แม้ว่าจะมีอุปสรรค์อันมหันต์ที่มาจากการกระทำของเหล่าเสนาบดี หรือระบบพระคลังที่ล้มละลายก็ตาม
มาร์คโคม่ารำพึงอีกหน การกระทำครั้งนี้ จะกระทำแบบเงยหน้าไม่อายฟ้า ก้มหน้าไม่อายดิน แม้จะตกน้ำก็ไม่อายปลา